สาวร้องถูกอดีตแฟนหนุ่มคอมมานโด ปล่อยคลิป 18+

คอมมานโด 7 มี.ค. – สาวบุกขอความเป็นธรรม ผบ.ตร. หลังถูกคอมมานโดซึ่งเป็นอดีตแฟนหนุ่ม ข่มขู่ขอมีเพศสัมพันธ์ทั้งที่เลิกกันไปแล้ว แถมนำคลิปลับประจานลงโซเชียล ล่าสุดพบเหยื่ออีก 3 ราย

นางสาวชลิดา หรือ ต้นอ้อ มูลนิธิเป็นหนึ่ง พาผู้เสียหายเข้าร้องขอความเป็นธรรม โดยยื่นหนังสือถึง พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หลังถูกอดีตแฟนซึ่งเป็นตำรวจหน่วยคอมมานโด ยศ ส.ต.ท. ที่เลิกคบกันไปประมาณ 1 ปี ข่มขู่ขอมีเพศสัมพันธ์ แต่เมื่อไม่ได้ดังใจกลับปล่อยคลิป 18+ ของผู้เสียหายลงโซเชียล มีคนดูคลิปแล้วกว่า 20 ล้านวิว ที่ผ่านมาผู้เสียหายเคยเข้าแจ้งความและร้องไปทางต้นสังกัดแล้ว แต่เรื่องเงียบ คดีไม่มีความคืบหน้า

ผู้เสียหาย เล่าว่า รู้จักคบหากับนายตำรวจคนดังกล่าวเมื่อต้นปี 2565 โดยอาศัยอยู่ด้วยกันที่แฟลตแห่งหนึ่ง ในช่วงแรกฝ่ายชายดูแลเอาใจใส่ดี แต่จะมีเรื่องนิสัยเจ้าชู้และมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาตลอด ในช่วงที่มีความสัมพันธ์กันยอมรับว่ามีการถ่ายคลิปไว้ แต่ด้วยความรักจึงเชื่อและไว้ใจฝ่ายชาย ไม่คิดว่าจะถูกทำร้าย หลังเลิกลาก็ไม่ได้พบกันอีก แต่มีการพูดคุยกันทางไลน์

จากนั้นฝ่ายชายขอให้ออกไปหาเพื่อขอมีเพศสัมพันธ์ พอไม่ไปก็ส่งคลิปวิดีโอมาข่มขู่ เคยร้องไปที่ต้นสังกัดและขู่ว่าจะไปขอความช่วยเหลือจากผู้บังคับบัญชา แต่กลับถูกขู่กลับว่าจะส่งคลิปและภาพโป๊เปลือยของตนเองให้ที่ทำงานตน และยังดูถูกอาชีพของตนที่ทำอยู่ด้วย พร้อมย้ำว่านายตำรวจคนดังกล่าวไม่มีแม้แต่ความเป็นผู้ชาย ไม่ควรจะอยู่ในองค์กรตำรวจต่อไป จึงต้องการดำเนินคดีให้ถึงที่สุด

ส่วนคลิปวิดีโอที่เอาไปลงและข่มขู่มียอดวิว 9 วิว และอ้างว่าลงส่วนตัว จากนั้นมีคนใกล้ตัวทักมาบอกว่าคลิปถูกเผยแพร่สาธารณะ ส่งผลกระทบทุกอย่างในชีวิต ทั้งด้านการงานและครอบครัว ทุกวันนี้ยังคงใช้ชีวิตแบบผวาและจิตตกมาก หลังเกิดเรื่องและแจ้งความยังไม่มีการติดต่อขอโทษจากฝ่ายชาย แต่มีการขอร้องว่าอย่าเอาเรื่อ เพราะหัวหน้าทราบเรื่องแล้ว หลังทราบว่ายังมีผู้เสียหายอีกหลายราย มองว่าพฤติกรรมแบบนี้ไม่ใช่พฤติกรรมที่คนเขาทำกัน

ด้านต้นอ้อ มูลนิธิเป็นหนึ่ง กล่าวว่า ได้รับการติดต่อขอความช่วยเหลือจากผู้เสียหาย ว่าถูกอดีตแฟนหนุ่ม ตำรวจสังกัดคอมมานโด ที่เลิกกันไปแล้วกว่า 1 ปี และตัวผู้เสียหายแต่งงานมีครอบครัวใหม่แล้ว โดยตำรวจคนดังกล่าวทักมาขอมีความสัมพันธ์ หากไม่ยอมออกมาก็ข่มขู่นำคลิปวิดีโอที่เคยมีสัมพันธ์กันมาโพสต์ลงในโซเซียล ซึ่งผู้เสียหายกังวลและไม่อยากให้สามีรับรู้ แต่อดทนไม่ไหวกับการต้องถูกข่มขู่ จึงปรึกษากับครอบครัวและติดต่อมาทางมูลนิธิ

ทั้งนี้ ทราบว่าก่อนหน้านี้นายตำรวจคนดังกล่าวยังเคยไกล่เกลี่ยกับผู้เสียหายอีก 1 คน เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ด้วยการยอมจะชดใช้เงิน 400,000 บาท และจ่ายมาแล้ว 300,000 บาท โดยทางผู้บังคับบัญชาก็ไปด้วยและขอให้ยอมความ เพราะทำอะไรไม่ได้ คลิปลงไปแล้ว แต่น้องผู้เสียหายคนนี้รวบรวมความกล้าเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง เพราะนายตำรวจคนนี้ไม่ได้กระทำกับผู้เสียหายคนเดียว

ล่าสุดมีผู้เสียหายอีก 3 ราย ติดต่อมาทางมูลนิธิว่าถูกส่งคลิปไปลงในแอปพลิเคชัน VK แม้จะอ้างว่าเป็นช่องส่วนตัว แต่คนอื่นเข้าไปดูดคลิปได้ต้องเสียเงิน จึงมองว่าเข้าข่ายเป็นการค้าหรือไม่ ตอนนี้มีคนดูมากกว่า 20 ล้านวิว การกระทำของนายตำรวจคนนี้ไม่ได้รู้สึกสำนึกผิด เพราะวันที่ 4 ก.พ. ไปไกล่เกลี่ยอีกเคส และวันที่ 6 ก.พ. ยังคงเอาคลิปไปลงต่อ ไม่สนใจความเสียหายที่เกิดกับฝ่ายหญิงที่สภาพจิตใจย่ำแย่มาก เพราะคิดว่าเจ้านายเคลียร์ให้ได้ใช่หรือไม่ จึงมาร้องขอความเป็นธรรมกับ ผบ.ตร. เพื่อให้ดำเนินการตำรวจคนดังกล่าวอย่างจริงจัง อย่าให้ปลาเน่าตัวเดียวเสียหายทั้งข้อง เพราะทำให้วงการสีกากีเสื่อมเสีย พร้อมเรียกร้องให้ผู้เสียหายรายอื่นออกมาปกป้องสิทธิของตนเอง เพราะเชื่อว่ามีมากกว่า 4 รายแน่นอน

เผย ผบ.ตร.สั่งกำชับดำเนินการอย่างเคร่งครัด
ด้าน พ.ต.อ.ศิริวัฒน์ ดีพอ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวย้ำว่า เรื่องนี้ ผบ.ตร. กำชับให้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด สำนวนการสอบสวนต้องทำอย่างละเอียดรอบคอบและรวดเร็ว ในส่วนของคดีผู้เสียหายได้แจ้งความที่ สภ.เมืองนนทบุรี วันที่ 6 ก.พ. จากนั้นมีการแจ้งข้อหาเมื่อวันที่ 4 มี.ค.ที่ผ่านมา ในความผิดเกี่ยวกับ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และหากพบว่ามีพฤติการณ์อื่นที่เข้าข่ายความผิดก็จะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มเติม

รองโฆษก ตร. ย้ำพฤติการณ์แบบนี้ลูกผู้ชายไม่ทำกัน
ส่วนเรื่องการดำเนินการทางวินัย ต้นสังกัดกองปฏิบัติการพิเศษฯ ได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว และทาง พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. ทราบเรื่องและกำชับให้ทำตรงไปตรงมา ผิดก็ว่าไปตามผิด พร้อมมอบหมายให้ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. มากำกับดูแลเรื่องวินัย จึงขอให้ผู้เสียหายมั่นใจ พร้อมย้ำว่าพฤติการณ์แบบนี้ลูกผู้ชายเขาไม่ทำกัน กินในที่ลับมาขายในที่แจ้ง ถือว่าเป็นพฤติกรรมอันเลวร้าย และยังเป็นถึงข้าราชการตำรวจ แม้จะเป็นเรื่องส่วนตัวแต่ก็ส่งผลต่อภาพลักษณ์ตำรวจอย่างรุนแรง ส่วนคนที่ดูคลิปหากส่งต่อถูกดำเนินคดีด้วย ส่วนคลิปที่เผยแพร่ออกไปจะให้พนักงานสอบสวนทำเรื่องไปยังกระทรวงดีอี ขอใช้คำสั่งศาลปิดกั้นต่อไป

เหยื่ออีกรายโผล่แฉชอบบังคับถ่ายคลิปวิดีโอ
ด้านผู้เสียหายอีกคน อาชีพเป็นครู ให้ข้อมูลว่า รู้จักกับคอมมานโดหนุ่มผ่านทางแอปพลิเคชันหาคู่ จากนั้นพูดคุย และตกลงเป็นแฟนกันเมื่อปีปลาย 2562 ก่อนจะเลิกกันช่วงปี 2565 โดยในช่วง 3 ปีกว่าที่คบหากัน เวลามีเพศสัมพันธ์ ส.ต.ท.นายดังกล่าวมักจะชอบถ่ายคลิปวิดีโอไปด้วย ยอมรับว่าไม่ได้สะดวกใจที่จะให้ถ่ายคลิป และบางครั้งมีปฏิเสธบ้าง แต่เพราะคิดว่าเป็นแฟนกัน และมักพูดในลักษณะเชิงบังคับจึงต้องยอม ก่อนจะเลิกรากันตนถามแล้วว่าได้ลบคลิปวิดีโอเหล่านั้นทิ้งทั้งหมดแล้ว จึงคิดว่าไม่น่ามีปัญหาตามมา

แต่หลังจากเลิกกันได้ราว 1 ปีกว่า ตนเพิ่งมาทราบว่าเมื่อช่วงเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา มีผู้ชายที่ไม่รู้จักทักมาผ่านบัญชีโซเชียลมีเดียว่ามีคลิปของตนเองขณะมีเพศสัมพันธ์หลุดอยู่ในอินเทอร์เน็ต เมื่อเห็นคลิปตนจำได้ทันทีว่า เป็นตนจริง ตอนนั้นช็อกมาก ทำอะไรไม่ถูก เพราะยอดคนดูค่อนข้างเยอะ จึงติดต่อตำรวจคอมมานโดคนดังกล่าวมาเคลียร์ มีการนัดไปพบที่ห้องพัก แต่ตนไม่ยอมไป ขอพูดคุยกันที่สถานีตำรวจเท่านั้น ก่อนที่อดีตแฟนหนุ่มจะมาพร้อมกับผู้บังคับบัญชาที่เป็นตัวกลางในการไกล่เกลี่ย ก่อนพูดคุยเจรจา พร้อมยืนยันว่าผู้บังคับบัญชาที่มาด้วยไม่ได้มีการกดดัน และให้ความเป็นธรรม

เบื้องต้นตนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน ซึ่งอดีตแฟนหนุ่มขอร้องว่าอย่าดำเนินคดี และยินยอมจ่ายเงินชดใช้ค่าเสียหาย แต่ส่วนตัวรู้ว่าหากดำเนินคดีไป อดีตแฟนหนุ่มต้องปล่อยคลิปออกมาแน่นอน เพราะรู้นิสัยว่าเป็นคนกัดไม่ปล่อย ทำให้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้อย่างมาก เพราะขณะนำคลิปโพสต์ลงในโซเชียลมีการแนบหน้าบัญชีเฟซบุ๊ก หน้าอินสตาแกรมส่วนตัวของตนเองไปด้วย และไอดีไลน์ไว้ด้วย

ในช่วงที่คลิปหลุดออกไปมีคนเข้ามาติดตามเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมจำนวนมาก บางครั้งถึงขั้นถามว่าตนขายบริการหรือไม่ รู้สึกกังวลใจ เพราะตนเองมีอาชีพเป็นครูและสอนเด็กโต กลัวว่าเด็กนักเรียนจะไปเห็นคลิปวิดีโอดังกล่าว ส่วนโรงเรียนยังไม่ได้รับทราบเรื่องที่เกิดขึ้น จึงกลัวว่าจะกระทบกับอาชีพ.-สำนักข่าวไทย

ขอขอบคุณบทความจาก : คอมมานโด